วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554
Sport Movie
เป็น vedio ที่ทำเพื่อเป็นสื่อการสอนวิชาภาษาอังกฤษเรื่อง คำศัพท์กีฬา น่าสนใจมากนะคะ ดิฉันทำเองค่ะ
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ปราสาทหินพิมาย
ปราสาทหินพิมาย
เป็นปราสาทหินที่สวยงามแห่งหนึ่งและเป็นปราสาทที่เราประทับใจมา ที่มาในการนำเรื่องนี้ขึ้นบล็อกเป็นผลมาจาที่เราเองได้ไป Study tour กับเพื่อนๆในสาขาของเรา ซึ่งน่าอายจริงที่จะบอกว่าเราไม่รู้เลยว่าจะไปเที่ยวที่ไหนจนถึงวันที่ไป ก็รู้บ้างอย่างคราวๆ และหนึ่งในที่นั้นก็คือปราสาทหินพิมายที่ โคราชนี่แหละ เป็นสิ่งที่เราชอบมากและประทับใจมากจริงๆเราตื่นเต้นและมีความสุขมากกับการได้ดื่มด่ำ ความงดงามในแบบสมัยโบราณ การนึกย้อนคิดถึงผู้คนในสมัยนั้น (สมัยที่สร้างปราสาทแบบขอมนี้) ทั้งเรื่องการแต่งกาย การเป็นอยู่ เคยดูแต่ในหนังที่เขาย้อนยุคกัน คราวนี้เราไปเดินอยู่ ณ ที่หนึ่งเคยมีผู้คนแบบที่เขาย้อนยุคในหนังเดินและใช้ชีวิตกันมาก่อนแล้ว และลองคิดดูนะเป็นที่ที่ กษัตริย์ใช้ทำพิธีทางศาสนานะ คนนอกหมายถึงชาวบ้านนะไม่มีทางได้เข้าไปนะสมัยโบราณนั้นนะ แต่ยุคนี้สิ เราได้เดินชมจนถึงด้านในในที่ที่กษัตริย์ใช้ทำพิธี น่าตื่นเต้นไม่ได้ เราลองคิดถ้าแต่งกายแบขอมโบราณมาเดินในปราสาทคงดูขลังดีนะ
นี่คือประตูด้านแรกที่นำพาเราเขาไปยังสวรรค์
นี่คือส่วนที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งในอีกแบบเบื้องหลังอีกด้านคือยุคโบราณ เบื้องหน้านี่คือยุคปัจจุบัน
ปราสาทหิน พิมาย
ประวัติ : สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถานในลัทธิมหายาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในยุคที่อาณาจักรขอมแผ่อิทธิพลมายังภูมิภาคนี้ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724-1761)มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรขอมใน พ.ศ. 2479 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติและเริ่มบูรณะในปี พ.ศ.2494และ พ.ศ.2497กรมศิลปากรได้บูรณะองค์ปรางประธานอีกครั้ง โดยได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาลฝรั่งเศส จนแล้วเสร็จในช่วงปี พ.ศ.2507-2512 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ได้กำหนดให้
เมืองโบราณมายและปราสาทหินพิมายเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ.2529 โดยมีการอนุรักษ์และบูรณะเป็นอย่างดี
เมืองโบราณมายและปราสาทหินพิมายเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ.2529 โดยมีการอนุรักษ์และบูรณะเป็นอย่างดี
ปราสาทหินพิมาย หันหน้าไปทางทิศใต้ไปทางที่ตั้งของเมืองพระนคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรขอม ปราสาทหินพิมายมีแบบแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 565 ม.ยาว1,030 ม.ล้อมรอบด้วยคูน้ำมีประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ภายในบริเวณปราสาทหิน มีโบราณสถานที่น่าสนใจหลายแห่งโดยเริ่มตั้งแต่ทางเข้าตามลำดับดังนี้
พลับพลา
ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ากำแพงชั้นนอก ด้านซ้ายมือของทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาท เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เดิมเรียกกันว่า "คลังเงิน" จากตำแหน่งที่ตั้งสันนิษฐานว่าคงเป็นที่พักเตรียมพระองค์สำหรับกษัตริย์ หรือเจ้านายชั้นสูงที่เสด็จมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมทั้งเป็นสถานที่พักจัดขบวนสิ่งของถวายต่างๆ จากการขุดแต่งบริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2511 ได้พบโบราณวัตถุจำนวนมาก มีทั้งรูปเคารพ เครื่องประดับ และเหรียญสำริด เป็นเหตุให้เรียกกันว่า "คลังเงิน"
สะพานนาคราช
ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโคปุระด้านทิศใต้สร้างด้วยหินทราย มีผังเป็นรูปกากบาท กว้าง 4 ม. ยาว 31.70 ม. ยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นตัวนาค ที่ปลายราวสะพานทำเป็นรูปนาคราชชูคอแผ่พังพานเป็นรูปนาค 7 เศียร สะพานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาล เชื่อว่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ คตินีถือสืบกันมาในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนานิกายมหายาน
กำแพงแก้ว
ซุ้มประตูทางเข้าด่านแรก
ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว
ซุ้มประตูหรือโคปุระ ตั้งอยู่กึ่งกลางของแนวกำแพงแก้ว อยุ่ในแนวตรงกันหมดทั้ง 4 ด้าน คือ ทิศเหนือ-ใต้ อยู่ตรงกึ่งกลางของกำแพง ทิศตะวันออก-ตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ผังโดยรอบของซุ้มประตูมีลักษณะเป็นรูปกากบาท จากกำแพงแก้วเข้ามาด้านในเชื่อกันว่าเป็นดินแดนของโลกสวรรค์ อันเป็นที่อยู่ของเทพเจ้า
เป็นรูรองรับเสาไม้
ชาลาทางเดิน
ก่อสร้างด้วยหินทราย เชื่อมต่อระหว่างซุ้มประตูด้านทิศใต้ของระเบียงคดที่ล้อมรอบปราสาทประธาน โดยทำทางเดินยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร แบ่งเป็น 3 ช่องทางเดิน ผังทำเป็นรูปกากบาท จากการบูรณะพบเศษกระเบื้องมุงหลังคาและบราลีดินเผาจำนวนมาก สันนิษฐานว่าเดิมคงเป็นระเบียงโปร่ง หลังคามุงกระเบื้อง รองรับด้วยเสาไม้
ซุ้มประตูและระเบียงคด
เป็นอาคารก่อด้วยหินทรายยกพื้นสูง อยู่ล้อมรอบปราสาทประธาน ระเบียงคดมีลักษณะคล้ายกำแพงแก้วทั้ง 4 ด้าน โดยมีตำแหน่งที่ตั้งตรงกับแนวของประตูเมือง และประตูทางเข้าปราสาทประธาน ปรากฏหลักฐานสำคัญที่ซุ้มประตูด้านทิศใต้ บริเวณกรอบประตูพบจารึกภาษาเขมร อักษรขอมโบราณ ระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. 1651-1655 กล่าวถึงการสร้างรูปเคารพ การสร้างเมือง ตลอดจนปรากฏพระนามของขุนนางชั้นสูง และพระนางมหากษัตริย์คือ พระเจ้าธรณินทรวรมันที่1ปราสาทประธาน
เป็นส่วนสำคัญที่สุดของปราสาทหินพิมาย เป็นปราสาทองค์ใหญ่ สร้างขึ้นราวพุทธศรรตวรรษที่ 16-17 ก่อสร้างด้วยศิลาทรายสีขาวหันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งแตกต่างจากศาสนสถานแบบขอมในที่อื่นๆ ซึ่งมักจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปราสาทประธานประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ มณฑป และ เรือนธาตุ มีการจำหลักลวดลายประดับตามส่วนต่างๆ เช่น หน้าบัน ทับหลัง มักจำหลักเป็นภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์และเรื่องราวทางพุทธศาสนา ยกเว้นทางด้านทิศใต้ จำหลักเป็นภาพศิวนาฏราช ภายในเรือนธาตุเป็นส่วนสำคัญที่สุดเรียกว่า ห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพสำคัญ พื้นห้องตรงมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีร่องน้ำมนต์ต่อลอดผ่านพื้นห้องออกไปทางด้านนอก เรียกว่า ท่อโสมสูตรปรางค์หินแดง
สร้างขึ้นราวปลายพุทธศรรตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ทางด้านขวาของปรางค์ประธาน มีมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ทิศ เหนือกรอบประตูทางเข้าด้านทิศเหนือ มีทับหลังหินทรายจำหลักภาพเล่าเรื่องมหากาพย์มหาภารตะ ตอนกรรณะล่าหมูป่า ส่วนกรอบประตูด้านอื่นคงเหลือร่องรอยเฉพาะเสาประดับกรอบประตูศิลปะแบบเขมรประดับอยู่หอพราหมณ์
เป็นอาคารก่อด้วยหินทรายและศิลาแลง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันกับบปรางค์หินแดง ในปี พ.ศ. 2493 ได้ค้นพบศิวลึงค์ สลักด้วยหินทรายจำนวน 7 ชิ้นอยู่ภายในหอพราหมณ์ เชื่อกันว่าอาคารหลังนี้คงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์ แต่จากรูปแบบและตำแหน่งที่ตั้งเดิมคงเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยมากกว่า
ปรางค์พรหมทัต
ลักษณะของปรางค์องค์นี้ สร้างด้วยศิลาแลงตั้งอยู่ด้านหน้าของปราสาทประธานทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ประตูทำเป็นมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ทิศ ภายในองค์ปรางค์พบประติมากรรมสำคัญ 2 ชิ้น คือ ประติมากรรมรูปบุคคลขนาดใหญ่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ สลักด้วยหินทราย สันนิษฐานว่าเป็นรูปจำลองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ชาวบ้านเรียกว่า ท้าวพรหมทัต ส่วนอีกรูปเป็นรูปสตรีนั่งคุกเข่าสลักด้วยหินทราย ส่วนศีรษะและแขนหักหายไป เชื่อกันว่าเป็นรูปของพระนางชัยราขเทวีมเหสี ชาวบ้านเรียกตามนิยายพื้นบ้านว่า นางอรพิม ปัจจุบันประติมากรรมทั้ง 2 ชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมายบรรณาลัย
ตั้งอยู่บริเวณลานชั้นนอก ระหว่างกำแพงแก้วและซุ้มประตูระเบียงคด ด้านทิศตะวันตกเป็นอาคาร 2 หลังขนาดเดียวกัน ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูง ก่อด้วยหินทรายกั้นเป็นห้องยาวตลอดแนว พบร่องรอยหลุมเสารูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เดิมคงเป็นหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง เชื่อกันว่าบรรณาลัยคือสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาhttp://www.nakhonkorat.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=330%3A2009-04-21-03-43-08&catid=18%3A2009-04-10-09-31-32&Itemid=38&lang=th
วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554
เป็นที่หนึ่งได้ จากความเป็นตัวเอง
ทุกอย่างที่คุณเป็นสามารถทำให้ตัวคุณเป็นที่หนึ่งในแบบของคุณได้ไม่จำเป็นต้องตามใคร มาเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นตัวเอง เพื่อความสงบสุขของตนเอง จะได้เผื่อแผ่ความรักให้ผู้คนรอบข้างได้
เมื่อคุณเข้าใจตนเอง คุณจะสามมารถเข้าใจคนอื่นได้ด้วย มาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อความสงบสุขของโลก
เช่นเดียวกันกับเราเราชอบ Holmes Conan and Harry potter เราก็บ่งบอกและป่าวประกาศให้โลกรู้เราชอบตัวละครเหล่านี้เพราะ
1. ฉลาดปราดเปรื่อง
2.สุขุมเยือกเย็น
3.แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
4.เป็นตัวของตัวเอง เลือกที่จะเป็น ไม่ตามใคร
5.บ้าปิ่นชอบผจญภัย
6.มีโลกส่วนตัวที่ต้องแก้ไขโดยลำพัง แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน คนรอบข้างที่รู้ใจ
และเหตุผลมากมายเป็นล้านแปดที่พูดไม่จบ แค่นี้ก็ทำให้สามารถบอกความเป็นตัวเราและสิ่งที่เราอยากเป็นให้ได้เมือนกัน ลองดูนะว่าตัวเองชอบอะไร สิ่งต่างๆเหล่านั้นจะบอกสิ่งที่อยู่ในตัวของพวกเธอได้ และเธอสามารถใช้สิ่งเหล่านั้นแสดงศักยภาพให้บรรลุในความเป็นตัวเอง Happy Lucky
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








